ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ออกแถลงการณ์ว่า แม้ซีดีซียังไม่รับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบสลับยี่ห้อ หรือสลับชนิดของวัคซีน แต่กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องปกติมากขึ้นในหลายประเทศ ด้วยเหตุนี้ ซีดีซีจึง “ให้การยอมรับ” การฉีดวัคซีนสูตรไขว้ลักษณะนี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของซีดีซี เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่นางเจน ซากี โฆษกหญิงทำเนียบขาว ประกาศการเปิดพรมแดนทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางทะเล หรือทางอากาศ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทุกประเทศ ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ หลังปิดพรมแดนสำหรับ “การเดินทางที่ไม่จำเป็น” ตั้งแต่เดือน มี.ค.ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์เดินทางเข้าสหรัฐ ต้องแสดงผลการตรวจพีซีอาร์เป็นลบ นานไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง พร้อมเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบแล้ว โดยต้องเป็นหนึ่งในวัคซีนที่ผ่านการรับรองเป็นกรณีฉุกเฉิน จากคณะกรรมการอาหารและยา (เอฟดีเอ) หรือองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ)

ปัจจุบัน ดับเบิลยูเอชโอขึ้นทะเบียนเพื่อการใช้งานฉุกเฉิน ให้กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 “แอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด” “โควิชิลด์” ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของวัคซีนแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ที่ผลิตในอินเดีย “ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค” “จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน” “โมเดอร์นา” “ซิโนฟาร์ม” และ “ซิโนแวค” ขณะที่เอฟดีเอยังให้การรับรองเฉพาะวัคซีนของผู้ผลิตในอเมริกา คือ ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และโมเดอร์นา